ยินดีต้อนรับเข้าสู่หน้าเวบโรงเรียนอนุบาลภวิกา
อบรมป้องกันสาธารณภัย ประจำปีการศึกษา 2558 PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย benjapa ploywilerd   
วันพุธที่ 24 มิถุนายน 2015 เวลา 13:30 น.
ในปีการศึกษา 2558 นี้ โรงเรียน ได้รับความอนุเคราะห์จาก ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 7 สกลนคร ในการอบรม การป้องกัน สาธารณภัย ในสถานศึกษา

นักเรียนได้รับชม สื่อวีดีทัศน์ ประกอบภาพและเสียง

นักเรียนได้รับชมสาธิตปฏิบัติการจริง





นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการป้องกันภัยในครัวเรือน




วิทยากรรับการขอบคุณจากนักเรียน
 
พิธีมอบวุฒิบัตรบัณฑิตน้อย ประจำปีการศึกษา 2558 PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย เบญจภา   
วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2015 เวลา 21:59 น.
ในปีการศึกษา 2557 โรงเรียนอนุบาลภวิกาได้จัดกิจกรรมมอบวุฒิบัตรบัณฑิตน้อย ให้กับนักเรียนที่จบการศึกษาระดับปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3 เป็นรุ่นที่ 12 และ ระดับประถมศึกษาชั้นปีที่ 6 เป็นรุ่นที่ 1 ซึ่งคณะครูและผู้บริหารรวมทั้งนักเรียนรุ่นน้อง ต่างร่วมแสดงความยินดีกับเหล่าพี่ๆ ที่จบการศึกษาในปีการศึกษานี้

เหล่าบัณฑิตน้อยเริ่มเคลื่อนขบวนเข้าสู่พิธีรับมอบวุฒิบัตร ประจำปีการศึกษา 2557

ผู้ปกครองและแขกผู้มีเกียรติร่วมแสดงความยินดีและชื่นชมกับการสำเร็จการศึกษาของบุตรหลานอย่างมากมาย

ภาพรวมรุ่นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 3 เป็นรุ่นที่ 12

ภาพรวมรุ่นผู้สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นรุ่นที่ 1

บัณฑิตน้อยล้วนตื่นเต้นกับกิจกรรมในครั้งนี้

ผู้ปกครองร่วมลงทะเบียนเข้าร่วมงานและเป็นเกียรติแก่ผู้สำเร็จการศึกษา

โรงเรียนอนุบาลภวิกาขอขอบพระคุณผู้ปกครองและแขกผู้มีเกียรติ ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญในความสำเร็จของบัณฑิตน้อย ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของทางโรงเรียนและผู้ปกครอง อันจะนำสู่ความสำเร็จในระดับที่สูงขึ้น และส่งเสริมให้บัณฑิตน้อยเหล่านี้ เติบ โตและพร้อมเรียนรู้ เพื่อก้าวสู่สังคมและพัฒนาประเทศชาติให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
 
สถานรับเลี้ยงเด็กได้รับรางวัลดีเยี่ยม PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย yun   
วันอังคารที่ 29 กรกฏาคม 2014 เวลา 21:00 น.

เป็นที่น่าชื่นชมและภาคภูมิเป็นอย่างยิ่งเพราะทางโรงเรียนได้รับรงวัลดีเยี่ยมของสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนครับ

ทางโรงเรียนจึงได้ตอนรับคณะผู้ศึกษาดูงานสถานรับเลี้ยงเด็กและและสถานสงเคราะห์เด็กเอกชน

ที่มาดูงานและศึกษาแนวปฏิบัติของทางโรงเรียนครับ ซึ่งมาทั้งหมด 25 โรงเรียนครับ

 
กีฬาสี ประจำปีการศึกษา 2557 PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย เบญจภา   
วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2015 เวลา 14:38 น.
ในปีการศึกษา 2557 โรงเรียนได้จัดกิจกรรมกีฬาภายในให้กับนักเรียนโดยแบ่งเป็น 4 สี ได้แก่ สีชมพู สีฟ้า สีส้ม และสีม่วง เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีความสามัคคีรู้แพ้รู้ชนะรู้อภัยและสามารถทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

สีชมพู

สีม่วง

สีฟ้า



เต็นท์สีชมพู หวานน่ารักเสมอ

เต็นท์สีส้มเปรี้ยวกว่าใคร

เต็นท์สีฟ้า สดใสกว่าใคร

เต็นท์สีม่วง มาดมั่นในชัยชนะ

นักกีฬาได้แข่งขันด้วยน้ำใจนักกีฬา รู้จักแพ้ ชนะ และอภัย

ทางนี้โรงเรียนขอขอบพระคุณผู้ปกครองทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนแก่นักเรียนในความปกครองของท่าน ให้มีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรมดีอย่างนี้และหวังว่าจะได้สร้างความสุขให้กับนักเรียนในปีการศึกษาหน้าต่อไป
 
กิจกรรมวันสงกรานต์ 2558 PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย benjapa ploywilerd   
วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2015 เวลา 12:06 น.
ปีนี้โรงเรียนได้จัดกิจกรรมวันสงกรานต์ให้กับเด็กเด็กที่มาเรียนพิเศษ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติไทยให้กับเด็กเด็ก อีกทั้งเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กเด็กได้แสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณบิดามารดาปู่ย่าตายายตามโอกาสอันเหมาะสมและประเพณีอันดีงามของไทย

คณะครูได้เป็นแบบอย่างในการสรงน้ำพระและรดน้ำให้กับผู้ใหญ่อีกทั้งขอพรเป็นสิริมงคลให้กับตนเนื่องในวันสงกรานต์

เป็นคราวของเด็กเด็กได้ทำตามผู้ใหญ่รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ซึ่งแสดงออกที่ดีและแบบอย่างอันดีงามที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย

เด็กเด็กต่อแถวอย่างเป็นระเบียบเพื่อรอรดน้ำให้กับผู้ใหญ่

หลังจากเสร็จกิจกรรมรดน้ำดำหัวให้กับผู้ใหญ่กิจกรรมต่อไปเป็นการแสดงการละเล่นดนตรีพื้นบ้านเป่าแคนและรำวง อันเป็นแบบอย่างอันดีงามของวัฒนธรรมวันสงกรานต์ให้กับลูกหลาน

ขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่เปิดโอกาสให้ลูกหลานได้แสดงออกซึ่งวัฒนธรรมอันดีงามให้กับลูกหลานสืบต่อไป
 
«เริ่มแรกย้อนกลับ12345678910ถัดไปสุดท้าย»

หน้า 1 จาก 17
Tabs - jQuery plugin for accessible, unobtrusive tabs

คุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจก่อนว่าการสวดมนต์คืออะไร ที่จริงแล้วการสวดมนต์คือการสาธยายธรรมที่ทำให้เราหลุดพ้นได้ด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา ในที่นี้การที่คุณพ่อคุณแม่จะสอนลูกให้สาธยายมนต์ คุณพ่อคุณแม่ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ขณะนั้นเราต้องการให้ลูกของเราทำด้วยความสุข ให้ใจของเขาร่าเริงเบิกบานในการที่จะใช้วาจาของเขาให้เป็นไปอย่างคนที่มีสัมมาวาจา การสอนเด็ก 8 ขวบให้สวดมนต์นั้น...การสวดมนต์ต้องเป็นจังหวะจะโคน คล้องจอง ทำให้เด็กสนุกสนานและร่าเริงเบิกบานที่จะทำเอง...บังคับไม่ได้ ถ้าสวดมนต์ในบทบาลีไม่ได้ ก็ให้สวดบทแปลซึ่งมีภาษาที่เข้าใจง่าย หรือให้สวดสรภัญญะพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ เหมือนในสมัยก่อนที่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ ยังเป็นเด็ก เราได้สวดบทสรรเสริญพระพุทธคุณในทำนองสรภัญญะ ที่ว่า ?องค์ใดพระสัมพุทธ สุวิสุทธสันดาน ตัดมูลกิเลสมาร บ่มิหม่นมิหมองมัว หนึ่งในพระทัยท่าน ก็เบิกบานคือดอกบัว ราคีบ่พันพัว สุวคนธกำจร...? จะเห็นว่าปัจจุบันเราท่านก็ยังจำกันได้ดี เพราะเป็นคำคล้องจอง เป็นจังหวะจะโคน ความหมายไม่ยาก จึงง่ายต่อการเข้าใจ และก่อให้เกิดความซาบซึ้งใจโดยไม่รู้ตัว หากสักแต่ว่าท่อง ไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ความหมาย ก็ยากที่จะเข้าใจ การต่อยอดก็ไม่เกิด การสวดมนต์ไม่ใช่การบังคับให้ออกเสียง การสวดมนต์คือการออกเสียงด้วยความสมัครใจที่มีศรัทธา ด้วยความเข้าใจ ความเคารพ และซาบซึ้งใจ การสวดมนต์จึงเป็นเรื่องที่บังคับไม่ได้ แต่ต้องทำให้กลายเป็นเรื่องสนุกสนาน ร่าเริงเบิกบาน และน่าสนใจ เข้าใจง่ายสำหรับเด็กๆ อย่างเช่น เด็กๆ ที่เข้าโครงการบวชพุทธสาวิกาภาคฤดูร้อนที่เสถียรธรรมสถาน เด็กๆ มีอายุตั้งแต่ 5 ขวบ ซึ่งนับว่าเด็กมาก แต่ทุกครั้งที่มีการให้พร??ยะถา วาริวะหา ปูรา ปะริปูเรนติ สาคะรัง ห้วงน้ำที่เต็มย่อมยังสมุทรสาครให้บริบูรณ์ได้ ฉันใด เอวะเมวะ อิโต ทินนัง เปตานัง อุปะกัปปะติ ทานที่ท่านอุทิศให้แล้วแต่โลกนี้ ย่อมสำเร็จประโยชน์แก่ผู้ที่ละโลกนี้ไปแล้วได้ ฉันนั้น..? แม่ชีน้อยทุกคนก็สามารถให้พรได้อย่างพร้อมเพรียง เป็นจังหวะจะโคน งดงาม เพราะอะไรหรือ ก็เพราะว่าเด็กๆ เข้าใจความหมาย และรู้ว่าสิ่งที่ทำ มนต์ที่สวดนั้น...จะยังความสุขแก่ตนและคนทั่วไปด้วยนั่นเอง ที่มา : www.sanook.com

อึ้ง! ขวดนมร้อยละ 80 มีสารอันตราย

กุมารแพทย์ วิจัยพบสารเคมีปนเปื้อนในน้ำนม ซึ่งจะไปรบกวนการทำงานของฮอร์โมนเอสโตรเจน และมีผลต่อการผลิตอสุจิได้น้อยลง แคนาดา-สหภาพยุโรป-จีน-มาเลเซีย-แอฟริกาใต้ ประกาศห้ามผลิตและจำหน่ายขวดนมที่ผลิตจากโพลีคาร์บอนเนต
พญ.รัชดา เกษมทรัพย์ กุมารแพทย์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ในฐานะเลขานุการโครงการอาหารปลอดภัยเด็กไทยพ้นสารพิษพลาสติก กล่าวว่า ขณะนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตั้งคณะกรรมการควบคุมการผลิตขวดนมพลาสติกสำหรับทารกและเด็กเล็กขึ้น...
read more

ที่มา : www.thairath.co.th

สอนลูกทำการบ้าน

"การบ้าน"ของลูกนับเป็นปัญหาใหญ่ของพ่อแม่ เพราะมีพ่อแม่หลายๆคู่สอนการบ้านลูกไม่เป็นหรือไม่มีเวลาที่จะสอนการบ้านให้ลูก

ไม่ดีแน่...หากจะปล่อยลูกให้ทำการบ้านเองโดยไม่มีพ่อแม่ผู้ปกครองเอาใจใส่ดูแลซึ่งจะทำให้เด็กไม่เข้าใจบทเรียน เรียนไม่รู้เรื่องทำให้มีผลการเรียนอ่อนสะสมมาเป็นเวลานาน และผลร้ายที่สุดคือ สอบตกซึ่งทำให้เด็กรู้สึกไม่ดีกับตนเองและอับอายเพื่อน ทำให้ไม่ชอบเรียน ไม่อยากเรียนและรู้สึกว่าตนไม่มีความสามารถ เรียนไม่ได้และหันไปใส่ใจเรื่องอื่นที่อาจทำให้มีปัญหาได้

จริงๆแล้วการสอนหรือการฝึกให้ลูกทำการบ้านไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรสำหรับพ่อแม่ที่ไม่มีเวลาอาจฝากให้ลูกเรียนพิเศษตอนเย็นเพื่อให้คุณครูเป็นผู้สอนลูกทำการบ้านแทนก็ได้สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีเวลาสอนการบ้านลูกเรามาช่วยกันดูแลให้เด็กทำการบ้านและทบทวนบทเรียนกัน ตามขั้นตอนดังนี้

เมื่อกลับมาถึงบ้านอย่าเพิ่งให้เด็กเล่นต้องให้ลูกทำการบ้านที่โต๊ะเรียนของลูกและดูแลลูกให้ทำการบ้านให้เสร็จเรียบร้อยทุกวันต่อจากนั้นพ่อแม่ก็ตรวจสมุดการบ้านลูกให้เรียบร้อย

ขณะที่ลูกทำการบ้านหากเป็นเด็กเล็ก พ่อแม่ต้องช่วยเหลือ อธิบาย สอน แนะนำและดูแลให้ลูกทำเมื่อลูกมีปัญหาก็ให้คำแนะนำได้

เมื่อลูกทำเสร็จแต่ละวิชาพ่อแม่ก็ต้องตรวจดูความถูกต้องเรียบร้อย ชมเชยและให้กำลังใจ

ทบทวนบทเรียนวิชาต่างๆที่ลูกเรียนมาทุกวัน ให้แน่ใจว่าลูกเข้าใจรู้เรื่องสิ่งที่เรียนมาเพราะหากลูกไม่เข้าใจแล้วปล่อยไว้จะเป็นการสะสมความไม่เข้าใจและจะเป็นปัญหา ให้ลูกเบื่อ ไม่อยากเรียน หรือเรียนอ่อนพ่อแม่ควรแก้ปัญหาความไม่เข้าใจบทเรียนของลูกให้ได้

ดูแลให้ลูกจัดกระเป๋านักเรียนตารางสอน เครื่องเขียนและอุปกรณ์การเรียนให้เรียบร้อยทุกวันหากคุณแม่ได้ดูแลลูกทุกวันติดต่อกันเป็นปีๆ ลูกก็จะมีนิสัยรับผิดชอบ ดูแลตนเองควบคุมตนเองได้

พ่อแม่ผู้ปกครองต้องเชื่อและยอมรับว่าการทำการบ้านด้วยตัวของเด็กเองต้องมีการฝึกฝน และอดทน

ดูแลช่วยเหลือชี้แนะ และควบคุมในระยะแรกๆ ซึ่งหากทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอเป็นเวลานานในที่สุดลูกก็จะรับผิดชอบทำได้เอง เมื่อถึงเวลาก็จะทำการบ้านเอง

การดูแลลูกอย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอนสักระยะหนึ่ง ลูกก็จะเรียนรู้ว่านี่คือสิ่งที่ลูกต้องทำ ลูกก็จะค่อยๆ ทำ ในที่สุดลูกก็จะทำทุกวัน

ไม่ยากเลยใช่มั้ย สำหรับการสอนและฝึกให้ลูกทำการบ้านเพราะการฝึกให้ลูกรู้จักช่วยเหลือตนเองในการทำการบ้านเป็นการสร้างนิสัยที่ดีๆอย่างหนึ่งให้กับลูก หาก เด็กขาดการฝึกฝน ดูแลอย่างใกล้ชิดจะทำให้เกิดปัญหาและเสียเวลามากในการแก้ไขยิ่งถ้าปล่อยไว้จนเด็กโตก็จะยิ่งแก้ยากหรืออาจแก้ไม่ได้ เป็นปัญหาใหญ่และนำไปสู่ปัญหาอื่นๆที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น

ฉะนั้น...ฝึกเสียตั้งแต่ลูกยังเล็กๆ นี่แหละแล้วลูกจะเป็นเด็กที่มีความรับผิดชอบในเรื่องทีได้รับมอบหมายจะทำให้ลูกเติบโตอย่างมั่นใจ อบอุ่น ปลอดภัย สร้างนิสัยที่ดีๆ มีระเบียบวินัยในการทำการบ้าน เป็นการป้องกันปัญหาการเรียน และสร้างนิสัยในการทำงานให้เสร็จมีความรับผิดชอบ ก็จะนำพาลูกไปสู่ความสุข ความสำเร็จในอนาคต

ที่มา : http://www.arpapirom.com ผู้ตั้งกระทู้ ครูเมย์ (zuemay-at-gmail-dot-com)

คุณเคยทราบไหมว่า ร่างกายของคุณทำงานตามช่วงเวลา

01.00 น. - 03.00 น. เป็นช่วงเวลาการทำงานของ"ตับ"

ข้อควรปฏิบัติ : นอนหลับพักผ่อนให้สนิท
อาหารบำรุง : อาหารที่ช่วยล้างพิษ เช่น งา น้ำผลไม้และน้ำสะอาด

03.00 น. - 05.00 น. เป็นช่วงเวลาการทำงานของ"ปอด"

ข้อควรปฏิบัติ : ตื่นนอน สูดอากาศสดชื่น
อาหารบำรุง : อาหารจำพวกเบต้าแคโรทีนและวิตามินเอสูง เช่น ส้ม ผักใบเขียว น้ำผึ้ง หอมใหญ่

05.00 น. - 07.00 น. เป็นช่วงเวลาการทำงานของ"ลำไส้ใหญ่"

ข้อควรปฏิบัติ : ขับถ่ายอุจจาระ
อาหารบำรุง : อาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช

07.00 น. - 09.00 น. เป็นช่วงเวลาการทำงานของ"กระเพาะอาหาร"

ข้อควรปฏิบัติ : กินอาหารเช้า
อาหารบำรุง : ควรมีพลังงานและสารอาหารอย่างน้อย 1 ใน 4 หรือร้อยละ 25 ของปริมาณที่ควรได้รับตลอดวัน

อ่านต่อ...

สนุก! ผู้หญิง สุขภาพ ความงาม แฟชั่น เสื้อผ้า แต่งตัว ช้อปปิ้ง ความรัก แม่และเด็ก
รวมทุกเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง สุขภาพ ความงาม แฟชั่นเสื้อผ้า การแต่งตัว ทรงผม ช้อปปิ้ง ความรัก แต่งงาน แม่และเด็ก และอื่นๆอีกมากมาย
สนุก! ผู้หญิง สุขภาพ ความงาม แฟชั่น เสื้อผ้า แต่งตัว ช้อปปิ้ง ความรัก แม่และเด็ก
 
ร่วมถวายพระพรในหลวง - King of Thailand
ประวัติในหลวง - King of Thailand
พระราชกรณียกิจในหลวง - King of Thailand

Login Form



พุทธชยันตี 2600 ปีแห่งการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

คำพ่อสอน "เด็ก ๆ นอกจากจะต้องเรียนความรู้แล้ว ยังต้องหัดทำการงานและทำความดีด้วย เพราะการทำงานจะช่วยให้มีความสามารถ มีความขยันอดทนพึ่งตนเองได้ และการทำดีนั้นจะช่วยให้มีความสุขความเจริญ ทั้งป้องกันตนไว้ไม่ให้ตกต่ำ" พระบรมราโชวาท พระราชทานเพื่อเชิญลงพิมพ์ในหนังสือวันเด็ก ประจำปี ๒๕๓๐ ภาพจาก sanook.com